heaven
heaven หรือสวรรค์
คือสถานที่ของวิณญาณอันศักดิ์สิทธิ์จะสามารถผ่านขึ้นมาได้จากการคัดกรองของ Judges of the Underworld สวรรค์นั้นมีหลายแห่งโดยมีดังนี้
แห่งที่ 1
มีจํานวนั้น 6 ชั้นคือ
จาตุมหาราชิกา
ดาวดึงส์
ยามา
ดุสิต
นิมมานรดี
ปรนิมมิตวสวัตตี
(สำหรับรูปพรหมและอรูปพรหมอีก 20 ชั้น จะมีชื่อเรียกเฉพาะของแต่ละชั้นด้วย แต่มีความซับซ้อนและยาว จึงไม่นิยมกล่าวถึงทั้งหมดในบริบททั่วไป)
แห่งที่ 2 มีทั้งหมด 7 ชั้น
ญันนะตุล ฟิรเดาส์ (Jannatul Firdaus)
ญันนะตุล อัดน์ (Jannatul Adn)
ญันนะตุน นาอีม (Jannatun Na'im)
ญันนะตุล มา'วา (Jannatul Ma'wa)
ญันนะตุล ดารุสสลาม (Jannatul Darussalam)
ญันนะตุล ดารุล มุกอมะฮ์ (Jannatul Darul Muqamah)
ญันนะตุล อิลลียูน (Jannatul Illiyyun)
แห่งที่ 3 ไม่แน่ชัดแต่ได้ว่า
1. Svarga
2. Indraloka (ปกครองโดยพระอินทร์)
3. Brahmaloka (โลกของพระพรหม)
และอื่นๆ อีกมากมายตามแต่ละนิกายและตำรา
แห่งที่ 4 ไม่ชัดเจนเพราะไม่ใีการจัดลําดับชั้นแต่ที่แห่งนี้กว้างใหญ่ไร้สิ้นสุด
แห่งที่ 5 ไม่มีชั้นแต่เป็นสถานที่
ทุ่งเอลิเซียน (Elysian Fields): สถานที่สำหรับผู้มีคุณธรรม
ทุ่งแอสโฟเดล (Asphodel Meadows): สถานที่สำหรับวิญญาณทั่วไป
โอลิมปัส (Olympus): ที่อยู่ของเหล่าเทพเจ้า ซึ่งไม่ใช่สวรรค์ของผู้ตายโดยตรง
สวรรค์แห่งที่ 1
จาตุมหาราชิกา
ดวงวิญญาณดวงนั้นจะต้องมีจิตใจอันดีงาม ทําทาน รักษาศีล มีความกตัญญู ไม่เบียดเยียนผู้อื่น ดาวดึงส์
ในตอนมีชีวิตจะต้องสร้างศาสนสถาน บริจาคทานอย่างสม่ำเสมอ รักษาศีลอย่างเคร่งครัด มีจิดใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีเมตตา กรุณา มุทิตาอุเบกขา มีความเคารพในพระรัตนตรัยอย่างมันคง
ยามา
เจริญสมาธิภาวนาจิตใจสงบมั่นคงหลุดพ้นจากความวุ่นวาย
ดุสิต
สั่งสมบุญยารมีมาอย่างยาวนาน มีจิตใจที่ผูกพันกับพระรัตนตรัย หลุดพ้นจากขอบเขตแห่งจิตใจโดยสมบูรณ์
นิมมานรดี
พึ่งพอใจในสิ่งที่ตนสร้างสรรค์จากอํานาจจิตใจอันไร้ขอบเขตของตน มีความเบิกบานในธรรม ปรนิมมิตวสวัตตี หลุดพ้นจากทุกสรรพสิ่ง มีความสุขจากการที่ปผ้อื่นปรนเปรอสิ่งที่ตนสร้าง
รูปพรหม ปฐมณานภูมิ (ฌานที่ 1) ละนิวรณ์ 5 ได้ (ความพอใจในกาม, ความพยาบาท, ความเกียจคร้านท้อแท้, ความฟุ้งซ่านรำคาญ, ความสงสัยลังเล) เกิดวิตก วิจาร ปีติ สุข เอกัคคตา
ทุติยฌานภูมิ (ฌานที่ 2): ละวิตก วิจาร ได้ เหลือแต่ปีติ สุข เอกัคคตา มีความสงบประณีตกว่าปฐมฌาน
ตติยฌานภูมิ (ฌานที่ 3): ละปีติได้ เหลือแต่สุข เอกัคคตา มีความสุขที่ละเอียดประณีตยิ่งขึ้น
จตุตถฌานภูมิ (ฌานที่ 4): ละสุขและทุกข์ได้ เกิดอุเบกขา เอกัคคตา จิตใจมีความบริสุทธิ์และมั่นคงสูงสุดในระดับรูปฌาน อสัญญีสัตตาภูมิ: สำหรับผู้ที่เจริญอสัญญีสมาบัติ (ดับสัญญาเวทนา) มุ่งหวังเพียงความไม่มีสัญญา
สุทธาวาสภูมิ (5 ชั้น): สำหรับพระอริยบุคคลขั้นอนาคามี ผู้ที่ละกามราคะและปฏิฆานุสัยได้อย่างสิ้นเชิง จะมาเกิดในภูมิเหล่านี้และบรรลุอรหัตผลในที่สุด โดยไม่ต้องกลับมาเกิดในกามภพอีก
อากาสานัญจายตนภูมิ (อรูปฌานที่ 1): กำหนดอากาศหาที่สุดมิได้เป็นอารมณ์
วิญญาณัญจายตนภูมิ (อรูปฌานที่ 2): กำหนดวิญญาณหาที่สุดมิได้เป็นอารมณ์
อากิญจัญญายตนภูมิ (อรูปฌานที่ 3): กำหนดภาวะที่ไม่มีอะไรเป็นอารมณ์
เนวสัญญานาสัญญายตนภูมิ (อรูปฌานที่ 4): เข้าถึงสภาวะที่สัญญาก็ไม่ใช่ ไม่มีสัญญาก็ไม่ใช่ เป็นสภาวะที่ละเอียดประณีตที่สุดในภพทั้งสาม
แห่งที่ 2 ญันนะฮ์ (Jannah)
ญันนะตุล ฟิรเดาส์ (Jannatul Firdaus)
ผู้มีคุณธรรมอันสูงส่ง ผู้มีศรัทธาอย่างแท้จริง ผู้ที่เสียสละตนในหนทางของอัลลอฮ์ ที่แห่งนี้สร้างจากทองคำ หลุดพ้นจากกายหยาบ
ญันนะตุล อัดน์ (Jannatul Adn)
ผู้ที่อยู่ที่นี้นั้นเป็นผู้ที่มีความอดทน รักษาความบริสุทธิ์ ปฎิบัติศาสนกิจอย่างสมํ่าเสมอ
มีแม่น้ำ สวนผลไม้ ปราสาท และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ สร้างจากไข่มุกขาว หลุดพ้นจากขอบเขตแห่งวิญญาณ
ญันนะตุน นาอีม (Jannatun Na'im)
เป็นสวรรค์ที่เต็มไปด้วยความสุขและความพึงพอใจในทุกรูปแบบ เป็นที่อยู่ของผู้ที่มีความเชื่อมั่นในอัลลอฮ์, ผู้ที่ประกอบคุณงามความดี, และผู้ที่หลีกเลี่ยงบาปใหญ่ทุกประการ หลุดพ้นจากขอบเขตแห่งความชั่วร้าย สร้างจากเงิน
ญันนะตุล มา'วา (Jannatul Ma'wa)
เป็นสวรรค์ที่เป็นที่พักพิงอันอบอุ่นและปลอดภัยสำหรับผู้ศรัทธา เป็นที่อยู่ของผู้ที่ยำเกรงอัลลอฮ์และกระทำตามคำสั่งสอนของพระองค์ หลุดพ้นจากวังวลแห่งความตาย สร้างจากมรกต
ญันนะตุล ดารุสสลาม (Jannatul Darussalam)
เป็นสวรรค์ที่เต็มไปด้วยความสงบและความปลอดภัยจากทุกภยันตราย เป็นที่อยู่ของผู้ที่มีความบริสุทธิ์ทั้งกายและใจ และผู้ที่มุ่งมั่นในการแสวงหาความพึงพอใจของอัลลอฮ์ หลุดพ้นจากขอบเขตแห่งจิตใจความวุ่นวายและอื่นที่เกี่ยวข้องกับความชั่วร้ายทุกประการ
ญันนะตุล ดารุล มุกอมะฮ์ (Jannatul Darul Muqamah
เป็นสวรรค์ที่เป็นที่อยู่ถาวรของผู้ศรัทธา จะไม่มีความตาย ความแก่ชรา หรือความเจ็บป่วยใดๆ เป็นที่อยู่ของผู้ที่มีความอดทนในการทำความดีและอดทนต่อการทดสอบในโลกนี้ ผู้อยู่ชั้นนี้จะไม่มีทางถูกฆ่าตายอย่างแน่นอนไม่ว่าจะกรณีใด ๆ
ญันนะตุล อิลลียูน (Jannatul Illiyyun)
บางทัศนะถือว่าเป็นสวรรค์ชั้นสูงสุดรองจากฟิรเดาส์ เป็นที่อยู่ของผู้ที่มีความประพฤติดีงามอย่างยิ่ง และเป็นที่เก็บรักษาบันทึกการกระทำที่ดีของมนุษย์
หลุดพ้นจากทุกสรรพสิ่งในจักรวาล ไม่มีความเกี่ยวข้องหรือยึดติดกับสิ่งใด
แห่งที่ 3 Svarga
มีสวรรค์หลายระดับหรือหลายโลก ซึ่งแต่ละแห่งมีความสุขและความงดงามแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับประเภทและปริมาณของบุญที่บุคคลนั้นได้กระทำ
การอยู่ในสวรรค์ไม่ใช่สถานะถาวร เมื่อผลบุญที่สะสมไว้หมดลง ดวงวิญญาณนั้นก็จะกลับมาเกิดใหม่ในโลกมนุษย์หรือภพภูมิอื่นๆ อีกครั้งตามกรรมที่ยังเหลืออยู่
Moksha
เป้าหมายสูงสุดในศาสนาฮินดู คือการหลุดพ้นจากความเป็นไปได้ในทุกแง่มุม และรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพรหมัน (Brahman) ซึ่งเป็นสภาวะแห่งความสุขนิรันดร์และการหลุดพ้นอย่างแท้จริง โมกษะจึงไม่ใช่ "สวรรค์" ในความหมายของการเสวยสุขชั่วคราว แต่เป็นการก้าวข้ามภพภูมิทั้งปวง
แห่งที่ 4
สถานที่ที่ปราศจากความทุกข์ ความเจ็บปวด ความเศร้าโศก และความตาย ผู้ที่อยู่ในสวรรค์จะได้รับความสุขและความปีติยินดีอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ทุกสิ่งในสวรรค์จะสมบูรณ์แบบ งดงาม และเหนือจินตนาการ
ผู้เชื่อจะได้รับร่างกายใหม่ที่ฟื้นคืนชีพ ซึ่งเป็นร่างกายที่ไม่เสื่อมสลายและเป็นอมตะ
แห่งที่ 5
ทุ่งเอลิเซียน (Elysian Fields/Elysium): สถานที่อันงดงามและมีความสุขสำหรับดวงวิญญาณของผู้มีคุณธรรม วีรบุรุษ และผู้ที่ได้รับการโปรดปรานจากเทพเจ้า เป็นสถานที่แห่งความสงบและความสุขนิรันดร์
ทุ่งแอสโฟเดล (Asphodel Meadows): สถานที่ที่เป็นกลางสำหรับดวงวิญญาณส่วนใหญ่ที่ไม่โดดเด่นทั้งในความดีและความชั่ว เป็นที่ที่วิญญาณจะใช้ชีวิตหลังความตายอย่างเงียบสงบ
ทาร์ทารัส (Tartarus): หุบเหวลึกที่มืดมิดและทรมาน สำหรับดวงวิญญาณของผู้ที่กระทำความผิดร้ายแรงต่อเทพเจ้าหรือมนุษย์ เป็นสถานที่แห่งการลงโทษนิรันดร์
แม่น้ำสายต่างๆ ในยมโลก: มีแม่น้ำหลายสายที่มีความสำคัญในยมโลก เช่น แม่น้ำสติกซ์ (Styx) แม่น้ำแห่งความเกลียดชัง, แม่น้ำอะเคอรอน (Acheron) แม่น้ำแห่งความเศร้าโศก, แม่น้ำโคคีทัส (Cocytus) แม่น้ำแห่งการร่ำไห้, แม่น้ำฟรีจีโธน (Phlegethon) แม่น้ำแห่งไฟ, และแม่น้ำลีธี (Lethe) แม่น้ำแห่งการลืมเลือน